กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ พร้อมจ่ายเงินอุดหนุน เลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 10 ต.ค. นี้

09 ต.ค. 2562 | 16:20:20
 

วันที่ 9 ตุลาคม 2562 นางเทพวัลย์ ภรณวลัย รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาให้เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี และขยายฐานรายได้เฉลี่ยในครอบครัวไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี โดยจะจ่ายเงินอุดหนุนให้เด็กเดือนละ 600 บาท เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 เป็นต้นไป กรมกิจการเด็กและเยาวชนจึงได้ดำเนินการปรับปรุงระเบียบกรมกิจการเด็กและเยาวชน ว่าด้วยการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด พ.ศ. 2562 ให้สอดรับกับ มติของคณะรัฐมนตรีฯ พร้อมทั้งพัฒนาระบบฐานข้อมูลโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้รองรับกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น

ด้าน นางภาวินี สุมลตรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด กล่าวว่า การขยายหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการมีมาเป็นลำดับ ได้แก่ (1.) ขยายเรื่องอายุเด็กจาก 3 ขวบ เพิ่มเป็น 6 ขวบ สำหรับเด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป, (2.) ปรับเพิ่มวงเงินจากเดิม 400 บาท เพิ่มเป็น 600 บาท ต่อเดือน, (3.) ขยายสิทธิผู้ถือบัตรประกันสังคมให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้

(
4.) ปรับเพิ่มคุณสมบัติเกณฑ์รายได้เฉลี่ยในครัวเรือนไม่เกิน 36,000 บาท ต่อคน ต่อปี เป็นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคน ต่อปี, (5.) ขยายสิทธิการคุ้มครองผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กให้ยื่นขอรับสิทธิไม่จำเป็นต้องเป็นบิดาหรือมารดาและสามารถลงทะเบียนได้ตามที่เด็กอาศัยอยู่จริง ไม่จำเป็นต้องใช้ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

ขณะที่ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า การจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดเข้าบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิตามที่ได้ยื่นลงทะเบียนไว้ ในวันที่ 10 ตุลาคม นี้ เป็นการจ่ายเงินย้อนหลังให้กับผู้มีสิทธิเป็นรายกรณี จนถึงเดือนตุลาคม 2562 จำนวน 561,086 คน ในวงเงินรวมทั้งสิ้น 1,674 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามการจ่ายเงินในรอบเดือนตุลาคมนี้ ยังมีผู้ไม่ได้รับเงินจำนวนหนึ่ง เนื่องจากต้องเข้ามาให้ข้อมูลสถานะของครัวเรือนเพิ่มเติม เพราะต้องปรับปรุงแก้ไขข้อมูลในระบบฐานข้อมูลฯ เช่น วันเดือนปีเกิดไม่ถูกต้อง เลขบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง บัญชีธนาคารปิด บัญชีธนาคารผิดประเภท เป็นต้น โดยผู้ลงทะเบียนต้องไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม และแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ณ สถานที่ที่ลงทะเบียนไว้ ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเร่งรัดการปรับปรุงแก้ไขข้อมูล และ การเบิกจ่ายให้กับผู้มีสิทธิในรอบเดือนถัดไป


Share this: