กรมเจ้าท่า ชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่ระบุขนาดของเรือไม่ตรงกับขนาดจริง

20 เม.ย. 2560 | 12:39:25

กรมเจ้าท่า ชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่ระบุขนาดของเรือไม่ตรงกับขนาดจริง

ตามที่ ชาวประมงในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ได้ร้องเรียนกรณี การดำเนินการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย 
ในประเด็นที่เจ้าหน้าที่ระบุขนาดของเรือไม่ตรงกับขนาดจริง นั้ยนายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า การตรวจวัดขนาดเรือ จะมีการวัดความกว้าง ความยาว และความลึกของเรือ ซึ่งการวัดอาจจะมีการดึงอุปกรณ์ในการวัดหย่อน ตึงไม่เท่ากันในการวัดแต่ละครั้ง จึงยอมรับค่าความแตกต่าง

ความคลาดเคลื่อนการวัดแต่ละครั้งที่ร้อยละ 10 ที่ผ่านมาเจ้าของเรือบางลำ ดัดแปลงแก้ไขตัวเรือโดยไม่แจ้งต่อกรมเจ้าท่าตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ทำให้ขนาดของเรือที่ระบุในเอกสารทะเบียนเรือไม่ตรงกับขนาดเรือจริงเมื่อตรวจวัดขนาดเรือภายหลัง และเพื่อให้เกิดความชัดเจนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าคณะแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย จึงให้ 3 หน่วยงานคือ กรมเจ้าท่า กรมประมง และทหารเรือ ร่วมกันตรวจวัดขนาดเรือประมงขนาดตั้งแต่ 10 ตันกรอสขึ้นไปทั้งหมด โดยได้เริ่มทำการวัดขนาดเรือตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2560 จนถึงวันนี้เป็นระยะเวลา 3 วัน ผลการตรวจวัดขนาดเรือ ร้อยละ 90 มีขนาดเรือจริงแตกต่างกับขนาดในใบอนุญาตไม่เกินร้อยละ 10 ซึ่งเป็นค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ สำหรับเรือขนาดเล็กต่ำกว่า 10 ตันกรอสเป็นเรือประมงพื้นบ้าน กรมเจ้าท่าจะกำหนดนัดหมายมาวัดขนาดเรือ ทำเครื่องหมายอัตลักษณ์เรือ และดำเนินการให้ถูกต้องเป็นลำดับต่อไป

กรมเจ้าท่า ได้เปิดให้เจ้าของเรือประมงพาณิชย์ที่มีขนาดตั้งแต่ ๑๐ ตันกรอสขึ้นไปที่เป็นเรือประมงพาณิชย์ เรือที่ใช้ขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือสนับสนุนการประมงที่มีการประกาศกำหนด นำเรือมาตรวจวัดขนาดตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๖๐ โดยสามารถแจ้งลงทะเบียนเพื่อรับการตรวจวัดขนาดเรือได้ที่ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาในพื้นที่ 22 จังหวัดชายทะเล หรือศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออกในพื้นที่ที่อยู่ของเรือเฉพาะใน 8 จังหวัดเพิ่มเติม ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ ตราด ชุมพร พังงา กระบี่ และสตูล ได้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2560 ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า กรมประมง และทหารเรือจะดำเนินการตรวจสอบและทำเครื่องหมายอัตลักษณ์เรือให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 พฤษภาคม 2560

ทั้งนี้ หากเจ้าของเรือหรือผู้บครอบครองเรือไม่นำเรือมาให้ตรวจสอบหรือไม่มาแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเรือภายในระยะเวลาที่กำหนด “ต้องระวางโทษปรับ 10,000 บาท สำหรับเรือขนาดสิบตันกรอส และจะถูกปรับเพิ่มตามขนาดของเรือตันกรอสละ 2,000 บาท” และในกรณีที่เรือมีใบอนุญาตทำการประมงหรือจดทะเบียนเป็นเรือขนถ่ายสัตว์น้ำกับกรมประมงจะถูกดำเนินการ “เพิกถอนใบอนุญาตหรือเพิกถอนการจดทะเบียน”โดยเจ้าของเรือประมงพาณิชย์และเรือที่เกี่ยวเนื่องในการทำประมงทุกประเภท สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาในพื้นที่ 22 จังหวัดชายทะเล และศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (PIPO) เพิ่มเติมเฉพาะทั้ง ๘ จังหวัดข้างต้น


Share this: