กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ - รามา - ศิริราช ร่วมประกันคุณภาพการตรวจวินิจฉัย และติดตามการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน

14 พ.ย. 2560 | 11:00:50
 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือกับ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ร่วมกันทดสอบความชำนาญการตรวจวิเคราะห์ เพื่อวินิจฉัยโรคเบาหวานในประเทศไทย โดยนำร่องห้องปฏิบัติการสมาชิกทั้งภาครัฐและเอกชน 154 แห่ง ผลการตรวจมีความถูกต้องร้อยละ 83 มีความเที่ยงร้อยละ 91 ซึ่งได้ปรับปรุงจนสามารถให้ผลการตรวจที่ถูกต้องแม่นยำ ช่วยแพทย์ตัดสินใจให้การรักษาและ ปรับยาได้เหมาะกับผู้ป่วย ส่งผลดีต่อการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 
นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อ (Non Communicable Diseases, NCDs) มีแนวโน้มพบจำนวนผู้ป่วยและมีอัตราการตายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีในทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง รองลงมาคือ โรคเบาหวาน กระทรวงสาธารณสุข จึงกำหนดมาตรการระยะยาว (พ.ศ. 2554–2568) เพื่อลดโรคไม่ติดต่อให้ประสบความสำเร็จ สำหรับโรคเบาหวานมีเป้าหมายว่าผู้ป่วยเบาหวานต้องควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 40 โดยต้องมีการคัดกรองโรคเบาหวานในกลุ่มประชาชนทั่วไป เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง/ภาวะแทรกซ้อน ลดภาวะเบาหวานและอ้วน ไม่เกิน 6.9% ดังนั้นผลการตรวจน้ำตาลในเลือดทางห้องปฏิบัติการจะต้องมีความถูกต้องแม่นยำ เพื่อหาความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ตรวจติดตามสุขภาพประชาชนทั้งกลุ่มประชากรทั่วไปและ กลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อให้การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานสำเร็จภายในปี พ.ศ. 2568

สำหรับประเทศไทย การตรวจวิเคราะห์ฮีโมโกลบินเอวันซี Hemoglobin A1c (HbA1c) ได้นำมาใช้เพื่อตรวจวินิจฉัยและติดตามการรักษา ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจให้การรักษาที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วย แต่เนื่องจากวิธีการตรวจวิเคราะห์ HbA1c ในปัจจุบันมีความหลากหลาย ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลการตรวจที่ถูกต้องแม่นยำ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จึงเล็งเห็นความจำเป็นในการประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ HbA1c โดยดำเนินแผนทดสอบความชำนาญการตรวจ HbA1c ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เพื่อประเมินผลการตรวจ HbA1c ของห้องปฏิบัติการสมาชิก โดยเปรียบเทียบกับค่ากำหนดที่ดำเนินการโดยห้องปฏิบัติการอ้างอิงระดับนานาชาติภายใต้เครือข่าย International Federation of Clinical Chemistry (IFCC) เพื่อให้การตรวจวิเคราะห์ HbA1c มีความถูกต้องแม่นยำ นำไปใช้ประโยชน์ทางคลินิกต่อไป

นายแพทย์สุขุม กล่าวต่ออีกว่า แผนทดสอบความชำนาญดังกล่าวเป็นความร่วมมือกันระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในการจัดเตรียมตัวอย่างทดสอบ และดำเนินงานสอดคล้องตามระบบมาตรฐานคุณภาพ ISO/IEC 17043 : 2010 ผลการนำร่องทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการสมาชิกทั้งภาครัฐและเอกชน 154 แห่ง พบว่า ผลการตรวจมีความถูกต้องร้อยละ 83 และมีความเที่ยงร้อยละ 91 คณะผู้ดำเนินการจึงได้ร่วมปรับปรุงจนสามารถให้ผลการตรวจที่ถูกต้องขึ้น

การเข้าร่วมแผนทดสอบความชำนาญจะทำให้ห้องปฏิบัติการสามารถนำข้อมูลไปใช้ปรับปรุงและพัฒนา คุณภาพการตรวจวิเคราะห์ให้มีความถูกต้องแม่นยำ ทำให้ผู้รับบริการมั่นใจในผลการตรวจวิเคราะห์ สามารถตรวจติดตามสุขภาพและความเสี่ยงประชาชนทั่วไปและกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจให้การรักษาและปรับขนาดยาที่เหมาะสมได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานสำเร็จตามเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุข


Share this: