กฟน.จับมือ กสทช. สมาคมโทรคมนาคมฯ ขานรับนโยบายรัฐ "นำสายสื่อสาร ถ.พหลโยธินลงดิน" มุ่งสู่มหานครแห่งอาเซียน

17 ก.ค. 2560 | 18:56:02
การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จับมือ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขานรับนโยบาย​ของ​รัฐบาล​ นำสายสื่อสาร​ลงดิน โครงการ​ถ.พหลโยธิน​ มุ่ง​สู่​ถนน​มหานคร​แห่ง​อาเซียน​

นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการ กฟน. เปิดเผยว่า การนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ในโครงการถนนพหลโยธิน ตั้งแต่บริเวณ​ห้าแยกลาดพร้าว-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถือเป็นโครงการ​นำร่อง​เพื่อตอบสนอง​นโยบาย​ของรั​ฐ​บาล​ ตามแผนปรับปรุง​ภูมิ​ทัศน์​แบบเร่งรัดของกรุงเทพฯ​กำหนดให้แล้วเสร็จ​ภายใน 5 ปี มีทั้งหมด 4 เฟส ซึ่งคาดว่าทั้งหมดจะแล้วเสร็จ​ภายในไดรมาสที่3ของปี2560
โดยเฟสที่1 จะเริ่มจากบริเวณห้าแยกลาดพร้าว-คลองบางซื่อ (ตั้งแต่วันที่ 1-15 สิงหาคม ​2560)​
เฟส 2 ถนนประดิพัทธ์ (ตั้งแต่วันที่​16-31 ส.ค.2560)​
เฟส 3 ถนนบางซื่อ-ซอยพหลโยธิน 7 (ตั้งแต่​วันที่​ 1-15 ก.ย.2560)​
และ เฟสที่4 ซอยพหลโยธิน 7-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ตั้งแต่​วันที่​16-30 ก.ย.2560)​

การนำสายสื่อสารลงใต้ดิน จะใช้เทคโนโลยี Air Blow system เป็นการใช้เครื่องมือช่วยดันสายไฟลงใต้ดินด้วยการใช้ลม ทำให้ประหยัดเวลากว่าเดิมถึง 5 เท่า มีความเร็ว 100 เมตรต่อนาที ซึ่งการใช้วิธีนี้จะช่วยลดการใช้แรงงาน และไม่กระทบต่อการจราจร

ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ระบุว่า พื้นที่การนำสายสื่อสารลงดิน ในโครงการถนนพหลโยธิน ถือว่าเป็นจุดเชื่อมต่อการคมนาคมสำคัญในเมืองหลวง มีการสัญจรต่อวันหนาแน่นระดับต้นๆ ดังนั้นเมื่อมีการปรับปรุงพื้นที่เสร็จสมบูรณ์ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ถนนและคนเดินทางเท้าได้เป็นจำนวนมาก และยังส่งผลดีในด้านของคุณภาพชีวิตโดยตรงแก่ประชาชนในพื้นที่ด้วย

ทางด้านนางสาวปรีญาภรณ์ ตั้งเผ่าศักดิ์ อุปนายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวเพิ่มเติม​ว่า การนำสายสื่อสารลงดินในครั้งนี้ เป็นการใช้ท่อร้อยสายใต้ดินของ กฟน. กับเอกชน เป็นโครงการทดลองปรับเปลี่ยนสายโทรคมนาคม จากระบบสายอากาศเป็นระบบสายใต้ดิน ซึ่งนอกจากจะสามารถตอบสนองนโยบายของรัฐในด้านการปรับภูมิทัศน์แล้วยังจะช่วยผู้ประกอบการในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมในการประหยัดทุนเมื่อเทียบกับการใช้เทคโนโลยีแบบเดิมด้วยความจุของเส้นใยแก้วนำแสงมีมากเพียงพอรองรับความต้องการของผู้ประกอบการทุกราย
Share this: